ประเภทเนื้อผ้าที่ใช้ทำสูท

วันนี้ทาง Phaporn ขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับเนื้อผ้าที่เราจะนำมาใช้ตัดสูท ว่าแต่ละเนื้อผ้านั้นเป็นอย่างไรบ้างและแบบไหนเหมาะกันสไตล์ของเรามากกว่ากัน เพราะแต่ละเนื้อผ้านั้น แตกต่างกันออกไป สูทมีหลายแบบและตัดเย็บจากเนื้อผ้าที่หลากหลาย เนื้อผ้าบางแบบก็หนาแน่นเพื่อเอาไว้กันหนาว แต่เนื้อผ้าบางแบบก็ “เบาสบาย” ผ้าที่นิยมใช้ตัดสูท จะแบ่งออกเป็นหลายประเภท ชื่อผ้าต่างๆก็จะถูกเรียกต่างกัน ตามแต่โรงทอแต่ละแห่งจะเรียกกัน ราคาที่แตกต่างกัน ก็ขึ้นอยู่กับส่วนผสมของวัตถุดิบ ความละเอียดของเนื้อผ้าและเส้นด้ายที่นำมาใช้ ผ้าสูทที่แบรนด์ดังๆนิยมใช้ตัดสูทกัน คงไม่พ้นผ้า ผ้าฝ้าย (Cotton) , ผ้า Wool  และผ้าลินิน (Linen) ซึ่งเนื้อผ้าของแต่ละแบบก็จะแตกต่างไป จะแตกต่างกันขนาดไหน แบบไหนนั้น ไปดูกันได้เลยครับ

1.ผ้าฝ่าย (Cotton)

เป็นผ้าที่ใช้กันมากที่สุดในบรรดาเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เหมาะสมสำหรับการสวมใส่ในช่วงที่มีอากาศร้อนในฤดูร้อน หรือสามารถสวมใส่ได้ทุกวันกับประเทศที่ภูมิอากาศร้อนชื้นทั้งปี สำหรับฝ้ายนี้เป็นผ้าที่ได้จากพืชหรือดอกฝ้ายนั่นเอง ผ้าฝ้าย (Cotton) สำหรับสูทนั้นมีการระบายอาการได้ดี แต่สีของผ้านั้นจะซีดง่ายและยับได้ง่าย ความหรูหราของเนื้อผ้าไม่เท่ากับผ้าประเภทขนสัตว์ เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการตัดสูท เพื่อความสบายระบายอากาศได้ดีไม่เป็นทางการมากไป ส่วนลักษณะของผ้าฝ้าย จะมีความเรียบเนียน ทนทานเป็นอย่างดี ซึ่งลักษณะของเนื้อผ้าฝ้าย ก็จะขึ้นอยู่กับพันธ์ของต้นฝ้าย  เพราะเมื่อนำมาทอแล้วจะได้ผ้าฝ้ายที่มีความแข็งแรง ทนทาน แน่นหนา  เพราะในเนื้อเส้นใยฝ้ายนั้นสามารถซึมซับเหงือและระบายออกได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

ข้อดีและข้อเสียผ้าฝ้ายต่างๆมีดังนี้

ข้อดี : สวมใส่สบาย เพราะดูดความชื้นและระบายความร้อนออกได้ดี ผ้าฝ้ายที่เนื้อดีจะตัดสูทได้ดูดี แต่ถ้าจะให้ดีควรเป็นผ้าฝ้ายที่ปนกับ lycra เพราะว่าจะเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับตัวผ้า สูทจะคงตัวได้ดี มีความทนทาน ทนต่อความร้อนและรูปทรงไม่เสียง่าย
ข้อเสีย : เนื้อผ้าฝ้ายยับง่าย สีซีด แต่ก็ยังไม่ง่ายเท่าผ้าลินิน

2. ผ้า Wool

ผู้ชายที่พอจะมีความรู้เรื่องสูทบ้างคงจะพอทราบกันดีว่า ผ้าที่นิยมและเหมาะสมที่จะนำมาตัดสูทนั่นก็คือ “ผ้าวูล” แต่ผ้าวูลนั้นก็ไม่ได้มีแบบเดียวหรอกนะครับ ผ้าวูล (Wool) หรือผ้าขนสัตว์ คือสุดยอดคุณภาพของผ้าตัดสูท ที่ทำให้เราดูดีที่สุด ทั้งในแง่ความกลมกลืนกับรูปแบบการตัดเย็บ ความอบอุ่นหรือเย็นสบาย และภาพลักษณ์ที่ดูดีมีระดับ ความดีของผ้าวูล คือ เป็นธรรมชาติ ต่อให้ผ้าหนาอย่างไร อากาศก็ผ่านเข้า-ออกได้ เพราะทนทานมาก ผ้าชนิดนี้ยังแยกได้อีกหลายประเภท  จุดเด่นของผ้าวูลคือ เนื้อผ้าละเอียดเนียนนุ่ม ใส่สบาย มีความเงางาม ดูหรูหรา มีสปริงอยู่ทรง ไม่ห่อตัว ทนทานดีมาก

ข้อดี : เนื้อผ้าหนา น้ำหนักมาก ใส่แล้วอบอุ่นดี เหมาะในที่อากาศเย็นๆ
ข้อเสีย : คือ หนัก คนอ้วนใส่แล้วจะดูตัวใหญ่เกินไป เพราะผ้าหนา เป็นผ้าที่ใส่แล้วดูจะเป็นผู้ใหญ่ ไม่วัยรุ่น

3. ผ้าลินิน (Linen)

ผ้าลินิน (Linin) ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของฤดูร้อน ด้วยเส้นใยที่ทำมาจากธรรมชาติจึงทำให้มีน้ำหนักเบา ผ้าลินินนั่นเหมาะกับการตัดสูทครับ ลักษณะและคุณสมบัติของผ้าลินินนั้น ส่วนใหญ่จะคล้ายคลึงกับผ้าฝ้าย เพราะโดยหลักการแล้ว คือการนำเส้นใยธรรมชาติมาทอเป็นผ้าแต่ว่า ข้อแตกต่างกันก็คือ ผ้าลินิน จะมีความทนทานมากกว่า เหนียวมากกว่าผ้าฝ้าย  แนะนำว่าถ้าอยากได้สูทผ้าลินิน ควรเน้นสีน้ำตาล, สีเบจหรือไม่ก็สีฟ้าเป็นหลักน่ะครับ ถ้าจะต้องใส่ไปทำงานก็สามารถเลือกใส่ไปเพราะสวมใส่สบายไม่ร้อนอับแน่นอน แต่ถ้าอยากได้ลุคชิลๆ ไปเที่ยวกับเพื่อนสาวก็เลือกสวมทับเสื้อครอปเก๋ๆ หรือเสื้อยืดสักตัวก็พอแล้วครับ

ข้อดี : ระบายอากาศได้ดี มีความทนทานกว่าผ้าฝ้าย เป็นผ้าสูทที่เหมาะสำหรับหน้าร้อน เหมาะสมที่จะใช้ตัดเป็นสูทลำลอง ไม่เหมาะที่จะตัดเป็นสูททางการ
ข้อเสีย : ไม่ยืดหยุ่น เปื้อนง่ายเลอะง่ายและยับง่าย ไม่เหมาะกับการท่องเที่ยว

ครบถ้วนสำหรับเนื้อผ้าทั้ง 3 แบบ 3 สไตล์ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ครับ รู้อย่างนี้ก็อย่าปล่อยให้เหตุผลว่า “ก็เมืองไทยอากาศร้อน ไม่เหมาะกับการใส่สูท” กลายมาเป็นข้อจำกัดให้เราไม่สนใจการแต่งกายที่สุภาพและเป็นไปตามสากลนิยมอย่างเสื้อสูทนะครับ รู้ไว้คร่าวๆ ละกันว่าเชิ้ตมี 2 ประเภทใหญ่ๆ คือเชิ้ตที่ตกแต่งด้วยกระดุมมุกธรรมดาสำหรับใส่กลางวันและงานทั่วไป กับอีกประเภทคือเชิ้ตที่มีไว้ให้ใส่กับสูททักซิโดเท่านั้น สิ่งที่ต้องรู้: จำไว้ให้ขึ้นใจว่าเชิ้ตที่ดีต้องใส่ได้พอดีคอ เมื่อติดกระดุมที่คอคุณต้องสามารถสอดนิ้วชี้กับนิ้วกลางเข้าไปได้พอดี และสามารถขยับไปรอบๆ ได้จึงจะเรียกว่าพอดีคอ ถ้าสอดเข้าไปได้มากกว่านิ้วชี้กับนิ้วกลางก็แปลว่าหลวมเกิน  เพราะเราไม่รู้หรอกว่า เราจะมีโอกาสที่จำเป็นต้องใส่สูทเมื่อไหร่ เมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้ เราก็จะสามารถใส่ออกมาได้ดูดีและมีสไตล์อย่างที่สุภาพบุรุษควรทำครับ Phaporn หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับคนที่กำลังจะตัดสูททุกท่านนะครับผม